ความคุ้มครองและข้อยกเว้น (เคลมได้-เคลมไม่ได้) 

ผู้รับประโยชน์ที่เป็นผู้ก่อเหตุจะไม่มีสิทธิได้รับผลประโยชน์ในส่วนของตนเองตามเงื่อนไขมาตรฐาน และการจ่ายเงินจะต้องพิจารณาว่ามีผู้รับประโยชน์คนอื่นหรือไม่ รวมถึงจำนวนเงินเอาประกันและมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ในขณะเกิดเหตุ

ดังนั้นจึงไม่ควรเข้าใจว่า “ผู้รับประโยชน์เป็นคนฆ่า = บริษัทไม่จ่ายอะไรเลย” เพราะผลประโยชน์ส่วนที่เหลืออาจมีการจ่ายให้บุคคลอื่นตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

กรณีมีผู้รับประโยชน์หลายคน จะเป็นอย่างไร?

กรณีนี้ต้องแยกให้ชัด เพราะ ผู้รับประโยชน์ทุกคนไม่ได้ถูกตัดสิทธิเพียงเพราะมีคนหนึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ

ตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันกำหนดผู้รับประโยชน์ไว้ 2 คน คือ

  • ภรรยา
  • บุตร

หากภรรยาเป็นผู้ก่อเหตุ แต่บุตรไม่มีส่วนร่วม กรณีนี้เงื่อนไขมาตรฐานแยกสิทธิของผู้รับประโยชน์ที่ไม่มีส่วนร่วมออกจากผู้ที่เป็นผู้ก่อเหตุ โดยผู้ที่ไม่มีส่วนร่วมอาจได้รับผลประโยชน์ตามส่วนของตน ขณะที่ส่วนของผู้ก่อเหตุจะถูกจัดการตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

สรุปแบบง่าย

สถานการณ์ หลักการพิจารณา
ผู้รับประโยชน์คนเดียวเป็นผู้ฆ่า ผู้ก่อเหตุไม่มีสิทธิรับผลประโยชน์ และต้องดูความรับผิดตามเงื่อนไขกรมธรรม์
มีผู้รับประโยชน์หลายคน แต่มีเพียงคนหนึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ผู้ที่ไม่มีส่วนร่วมอาจยังมีสิทธิได้รับตามส่วน
ผู้รับประโยชน์คนอื่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ควรตัดสิทธิของทุกคนโดยอัตโนมัติ
ไม่มีการระบุผู้รับประโยชน์ ต้องพิจารณาตามข้อกำหนดของกรมธรรม์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

คปภ. อธิบายหลักทั่วไปด้วยว่า ผู้เอาประกันสามารถระบุผู้รับประโยชน์ได้ และหากไม่ได้ระบุชื่อผู้รับประโยชน์ บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ให้แก่กองมรดกของผู้เอาประกันภัยตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

FutureCareTH ยกตัวอย่างสถานการณ์เพื่อให้เข้าใจง่าย

กรณีที่ 1: มีผู้รับประโยชน์คนเดียวและเป็นผู้ก่อเหตุ

นาย A ทำประกันชีวิตและระบุภรรยาเป็นผู้รับประโยชน์เพียงคนเดียว ต่อมานาย A ถูกภรรยาฆ่าโดยเจตนา

กรณีนี้ภรรยาซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ไม่ได้รับเงินประกันในฐานะผู้รับประโยชน์ และต้องพิจารณาความรับผิดของบริษัทตามเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยแบบมาตรฐานระบุถึงการคืนเงินค่าเวนคืนให้แก่ทายาทของผู้เอาประกันภัย

กรณีที่ 2: มีผู้รับประโยชน์ 2 คน แต่มีเพียงคนเดียวเป็นผู้ก่อเหตุ

นาย B ระบุภรรยาและบุตรเป็นผู้รับประโยชน์

ต่อมาภรรยาเป็นผู้ก่อเหตุ แต่บุตรไม่มีส่วนร่วม

กรณีนี้ไม่ควรเหมารวมว่าบุตรจะหมดสิทธิไปด้วย เพราะแบบมาตรฐานมีการแยกผู้รับประโยชน์ที่ ไม่มีส่วนร่วมในการฆ่า ออกจากผู้ที่เป็นผู้ก่อเหตุ

กรณีที่ 3: ผู้รับประโยชน์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

หากผู้รับประโยชน์ที่เหลือไม่มีส่วนร่วมในการฆาตกรรม สิทธิของบุคคลเหล่านั้นต้องพิจารณาตามสัดส่วนและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ไม่ควรตัดสินจากเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว


จุดที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “ฆาตกรรม” และ “ฆ่าตัวตาย”

สองกรณีนี้ ไม่ควรนำมาปนกัน

กรณีผู้เอาประกันฆ่าตัวตาย และกรณีผู้เอาประกันถูกผู้รับประโยชน์ฆ่า เป็นข้อกำหนดคนละกรณีในแบบกรมธรรม์มาตรฐาน

สำหรับกรณีผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันโดยเจตนา แบบมาตรฐาน คปภ. ระบุหลักการจ่ายผลประโยชน์และการจัดการส่วนของผู้ก่อเหตุไว้โดยเฉพาะ

ดังนั้น เวลาตรวจสอบสิทธิไม่ควรดูเพียงคำว่า “เสียชีวิตผิดธรรมชาติ” แต่ควรดูสาเหตุการเสียชีวิตและเงื่อนไขในกรมธรรม์อย่างละเอียด


3 คำถามใกล้เคียงที่คนทำประกันมักสงสัย

1. ถ้าผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกัน แต่มีผู้รับประโยชน์คนอื่นด้วย ใครจะได้เงิน?

คำตอบ: ผู้รับประโยชน์ที่ไม่มีส่วนร่วมในการฆ่าอาจยังมีสิทธิได้รับผลประโยชน์ตามส่วนของตน

อธิบาย: แบบมาตรฐาน คปภ. แยกผู้รับประโยชน์ที่มีส่วนร่วมกับผู้ที่ไม่มีส่วนร่วม โดยส่วนของผู้ก่อเหตุจะไม่มีสิทธิได้รับ และมีวิธีจัดการตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ส่วนผู้รับประโยชน์ที่ไม่มีส่วนร่วมอาจได้รับตามส่วนที่มีสิทธิ


2. ถ้าผู้รับประโยชน์ไม่ได้เป็นคนฆ่า แต่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง จะได้รับเงินหรือไม่?

คำตอบ: ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักฐานของเหตุการณ์ รวมถึงเงื่อนไขกรมธรรม์

อธิบาย: ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงการเป็นผู้รับประโยชน์ แต่ต้องพิจารณาว่าบุคคลนั้นมีส่วนร่วมในการฆ่าผู้เอาประกันโดยเจตนาหรือไม่ หากมีข้อพิพาท บริษัทอาจต้องพิจารณาเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการจ่ายสินไหม


3. ถ้าผู้รับประโยชน์เป็นผู้ก่อเหตุ แล้วไม่มีผู้รับประโยชน์คนอื่น เงินประกันจะตกเป็นของใคร?

คำตอบ: ต้องดูเงื่อนไขของกรมธรรม์และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแบบมาตรฐาน คปภ. กำหนดกรณีผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันโดยเจตนาไว้ว่า บริษัทมีความรับผิดคืนเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ให้แก่ทายาทของผู้เอาประกันภัย

อธิบาย: จึงไม่ควรสรุปว่า “ผู้รับประโยชน์หมดสิทธิแล้ว เงินทั้งหมดจะตกเป็นของบริษัท” เพราะแบบมาตรฐานกำหนดความรับผิดของบริษัทในกรณีดังกล่าวไว้ต่างหาก


ก่อนทำประกัน ควรเข้าใจเรื่อง “ผู้รับประโยชน์” อะไรบ้าง?

การระบุผู้รับประโยชน์เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจ่ายผลประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต

ควรตรวจสอบอย่างน้อย

  • ระบุผู้รับประโยชน์เป็นใคร
  • มีผู้รับประโยชน์กี่คน
  • ระบุสัดส่วนผลประโยชน์หรือไม่
  • หากผู้รับประโยชน์เสียชีวิตก่อนผู้เอาประกัน จะจัดการอย่างไร
  • หากมีการเปลี่ยนแปลงครอบครัว ควรปรับผู้รับประโยชน์หรือไม่
  • เงื่อนไขกรณีผู้รับประโยชน์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต

FutureCareTHสรุปจาก คปภ. มีข้อมูลเกี่ยวกับหลักการระบุผู้รับประโยชน์และการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์สำหรับผู้บริโภคโดยตรง


FutureCareTHสรุป: หากผู้เอาประกันถูกผู้รับประโยชน์ฆ่า บริษัทจะจ่ายเงินให้ใคร?

กรณีนี้ต้องแยกจากการเสียชีวิตทั่วไป เพราะมี ข้อยกเว้นเฉพาะเรื่องการถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าโดยเจตนา

หลักสำคัญคือ

ผู้รับประโยชน์ที่เป็นผู้ก่อเหตุ → ไม่มีสิทธิได้รับผลประโยชน์ในส่วนของตนเอง

ผู้รับประโยชน์คนอื่นที่ไม่มีส่วนร่วม → อาจยังมีสิทธิได้รับตามส่วนและเงื่อนไขของกรมธรรม์

ส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุ → มีหลักเกณฑ์การจัดการแตกต่างจากการจ่ายกรณีเสียชีวิตทั่วไป

ทั้งนี้ ควรยึด ข้อความในกรมธรรม์ฉบับจริง เป็นหลัก เพราะรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน และกรณีที่มีข้อพิพาทต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี

#ประกันชีวิต ผู้รับประโยชน์ฆ่า #ผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกัน #ผู้เอาประกันถูกฆาตกรรมประกันจ่ายไหม #ประกันชีวิตกรณีฆาตกรรม #ผู้รับประโยชน์ไม่มีสิทธิได้รับเงิน #ผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันภัย #ฆ่าผู้เอาประกันประกันชีวิตจ่ายให้ใคร #ประกันชีวิตข้อยกเว้นกรณีฆาตกรรม #ประกันชีวิตเคลมกรณีฆาตกรรม #ผู้รับประโยชน์ประกันชีวิต #ใครได้เงินประกันเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต #ข้อยกเว้นประกันชีวิต #ประกันชีวิตเคลมไม่ได้กรณีใดบ้าง #ใครมีสิทธิได้เงิน