FutureCareTH มุ่งนำเสนอข้อมูลประกันภัยเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจความคุ้มครอง ข้อยกเว้น 1.กรณีผู้เอาประกันภัยไม่เปิดเผยข้อความจริง หรือแถลงข้อความเท็จ บริษัทฯ จะบอกล้างสัญญาภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์
ประกันภัยหรือตามการต่ออายุ หรือตามการกลับคืนสู่สถานะเดิม หรือวันที่บริษัทฯ อนุมัติให้เพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัยในเฉพาะส่วนที่เพิ่ม
2.กรณีผู้เอาประกันภัยฆ่าตัวตายด้วยใจสมัครภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย หรือตามการต่ออายุ หรือตามการกลับคืน
สู่สถานะเดิมหรือวันที่บริษัทฯ อนุมัติให้เพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัยในเฉพาะส่วนที่เพิ่ม หรือถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตาย
3.กรณีผู้เอาประกันภัยแถลงอายุคลาดเคลื่อนไม่ตรงตามความจริง และบริษัทฯ พิสูจน์ได้ว่าขณะทำสัญญาประกันภัยอายุที่ถูกต้องแท้จริง อยู่นอกจำกัดอัตราเบี้ย
ประกันภัยตามทางค้าปกติของบริษัทฯ

รู้จักเงื่อนไขความคุ้มครอง ข้อยกเว้น และสิ่งที่ผู้เอาประกันควรตรวจสอบ

“ถ้าทำประกันชีวิตไว้ แล้วผู้เอาประกันเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย บริษัทประกันจะจ่ายเงินให้ผู้รับประโยชน์หรือไม่?”

คำถามนี้เป็นเรื่องที่หลายคนอาจเข้าใจแตกต่างกัน บางคนคิดว่า ประกันชีวิตไม่คุ้มครองกรณีฆ่าตัวตายเลย ขณะที่บางคนเข้าใจว่า ทำประกันแล้วไม่ว่าจะเสียชีวิตจากสาเหตุใดก็ต้องได้รับเงิน

ในความเป็นจริงต้องพิจารณา ระยะเวลาที่กรมธรรม์มีผล ข้อกำหนดในกรมธรรม์ และลักษณะของเหตุการณ์ ประกอบกัน

สำหรับแบบกรมธรรม์ประกันชีวิตมาตรฐานที่สำนักงาน คปภ. เผยแพร่ มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายไว้โดยเฉพาะ โดยระบุกรณีผู้เอาประกันภัยฆ่าตัวตายด้วยใจสมัครภายใน 1 ปีนับแต่วันทำสัญญา ซึ่งบริษัทจะไม่จ่ายเงินตามจำนวนเงินเอาประกันภัยตามปกติ แต่มีความรับผิดตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น การคืนเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้วตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

หมายเหตุ: รายละเอียดจริงต้องยึดข้อความในกรมธรรม์ฉบับที่ทำ เพราะผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขสัญญาอาจแตกต่างกัน

ถ้าฆ่าตัวตาย ประกันชีวิตจะจ่ายหรือไม่?

คำตอบไม่ใช่แค่ “จ่าย” หรือ “ไม่จ่าย” แต่ต้องดูว่า เกิดขึ้นเมื่อใดและกรมธรรม์กำหนดไว้อย่างไร

โดยหลักตามแบบมาตรฐานที่ คปภ. เผยแพร่ สามารถทำความเข้าใจเบื้องต้นได้ดังนี้

สถานการณ์ ประเด็นที่ต้องพิจารณา
มีประวัติสุขภาพ ตรวจสอบมีการปกปิดปัญหาสุขภาพก่อนทำประกัน
ฆ่าตัวตายภายใน 1 ปีแรก อยู่ในข้อยกเว้นตามเงื่อนไขมาตรฐาน
ฆ่าตัวตายหลังพ้น 1 ปี ต้องตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์และสถานะกรมธรรม์
กรมธรรม์มีการต่ออายุ/กลับคืนสถานะ ต้องดูวันที่ที่เงื่อนไขกำหนดให้เริ่มนับใหม่
มีการเพิ่มทุนประกัน ส่วนทุนที่เพิ่มอาจมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาแยกต่างหาก

ดังนั้น ไม่ควรดูเฉพาะวันที่ซื้อประกัน แต่ควรตรวจสอบวันที่เริ่มมีผลคุ้มครอง การต่ออายุ การกลับคืนสถานะ และการเพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัยด้วย

ทำไมกรมธรรม์จึงมีข้อยกเว้นเรื่องฆ่าตัวตาย?

ข้อยกเว้นเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดขอบเขตความเสี่ยงที่บริษัทจะรับประกัน

สำหรับแบบกรมธรรม์มาตรฐาน คปภ. ระบุเรื่องการฆ่าตัวตายไว้ในหมวด “การฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรม” โดยกำหนดรายละเอียดความรับผิดของบริษัทไว้แตกต่างกันตามสถานการณ์

จึงไม่ควรจำเพียงว่า

“ประกันชีวิตไม่คุ้มครองการฆ่าตัวตาย”

เพราะประโยคนี้กว้างเกินไปและอาจทำให้เข้าใจเงื่อนไขของกรมธรรม์ผิด

สิ่งที่ควรจำมากกว่าคือ

“ต้องดูระยะเวลาและข้อกำหนดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์”

ตัวอย่างให้เห็นภาพ

กรณีที่ 1: เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในช่วง 1 ปีแรก

สมมติทำประกันวันที่ 1 มกราคม และเกิดเหตุในช่วง 1 ปีแรก

กรณีนี้เข้าประเด็นข้อยกเว้นที่ต้องตรวจสอบตามเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยแบบมาตรฐานกำหนดความรับผิดของบริษัทไว้แตกต่างจากการจ่ายทุนประกันกรณีเสียชีวิตทั่วไป

กรณีที่ 2: เสียชีวิตหลังพ้น 1 ปี

หากเกิดเหตุหลังพ้นช่วง 1 ปี ต้องพิจารณาตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ฉบับนั้น รวมถึงสถานะกรมธรรม์และข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้อง

จึงไม่ควรใช้หลักว่า “ครบ 1 ปีแล้วจ่ายแน่นอน” โดยไม่อ่านรายละเอียดสัญญา

กรณีที่ 3: เพิ่มทุนประกันภายหลัง

บางกรมธรรม์กำหนดให้การเพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัยมีเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลานับเฉพาะส่วนที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้น หากมีการเพิ่มทุนประกัน ควรตรวจสอบว่าระยะเวลาสำหรับส่วนที่เพิ่มเริ่มนับอย่างไร

แล้วกรณี “ถูกฆาตกรรม” เหมือนกับ “ฆ่าตัวตาย” หรือไม่?

ไม่เหมือนกัน

แบบกรมธรรม์มาตรฐานที่ คปภ. เผยแพร่แยกกรณี ผู้เอาประกันภัยฆ่าตัวตาย ออกจากกรณี ผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันภัยโดยเจตนา และกำหนดผลประโยชน์ที่บริษัทต้องรับผิดแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น หากมีผู้รับประโยชน์หลายคนและมีเพียงบางคนที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม เงื่อนไขมาตรฐานมีรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิของผู้รับประโยชน์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ไม่ควรอ่านเฉพาะคำว่า “ฆาตกรรม” หรือ “ฆ่าตัวตาย” แล้วสรุปผลประโยชน์ทันที

3 คำถามใกล้เคียงที่คนทำประกันมักสงสัย

1. ถ้าทำประกันชีวิตเกิน 1 ปีแล้วฆ่าตัวตาย ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินไหม?

คำตอบ: ต้องดูเงื่อนไขของกรมธรรม์ฉบับนั้นและสถานะของกรมธรรม์ในวันที่เกิดเหตุ

อธิบาย: ระยะเวลา 1 ปีเป็นเงื่อนไขสำคัญในแบบมาตรฐานที่ คปภ. เผยแพร่ แต่ไม่ควรตีความว่า “ครบ 1 ปี = จ่ายแน่นอนทุกกรณี” เพราะยังต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญา การต่ออายุ การกลับคืนสถานะ และเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้อง


2. ถ้ากรมธรรม์ขาดอายุแล้วกลับมามีผลใหม่ ระยะเวลา 1 ปีนับใหม่หรือไม่?

คำตอบ: อาจมีการนับใหม่ตามเงื่อนไขของการกลับคืนสู่สถานะเดิม

อธิบาย: แบบมาตรฐานที่ คปภ. เผยแพร่ระบุการนับระยะเวลาสำหรับกรณีการกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ไว้โดยเฉพาะ ดังนั้นผู้เอาประกันไม่ควรใช้วันที่ซื้อกรมธรรม์ครั้งแรกเป็นหลักเพียงอย่างเดียว ต้องดูวันที่ที่กรมธรรม์กลับมามีผลคุ้มครองและข้อความในสัญญา


3. ถ้าเพิ่มทุนประกันภายหลัง แล้วเกิดเหตุฆ่าตัวตาย ส่วนที่เพิ่มจะได้รับความคุ้มครองเหมือนเดิมหรือไม่?

คำตอบ: ต้องดูเงื่อนไขของจำนวนเงินเอาประกันภัยที่เพิ่มขึ้น

อธิบาย: แบบมาตรฐานระบุว่ากรณีเพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัย การนับระยะเวลาตามข้อยกเว้นอาจพิจารณาเฉพาะส่วนของจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงควรตรวจสอบเอกสารการเพิ่มทุนและวันที่บริษัทอนุมัติให้ชัดเจน

ก่อนสรุปว่า “เคลมได้หรือไม่ได้” ควรเช็กอะไร?

หากเกิดเหตุและต้องพิจารณาสินไหม ควรตรวจสอบอย่างน้อย 5 เรื่อง

  1. วันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลคุ้มครอง
  2. วันที่เกิดเหตุ
  3. มีการต่ออายุหรือกลับคืนสถานะหรือไม่
  4. มีการเพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัยหรือไม่
  5. ข้อยกเว้นและเงื่อนไขในกรมธรรม์ฉบับจริง

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจ่ายสินไหม ควรขอให้บริษัทชี้แจงโดยอ้างอิงข้อกำหนดในกรมธรรม์โดยตรง และหากต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับประกันชีวิต คปภ. มีช่องทางร้องเรียนด้านประกันชีวิตโดยเฉพาะ

สรุป: ประกันชีวิตคุ้มครองกรณีฆ่าตัวตายไหม?

คำตอบคือ ต้องดูเงื่อนไขและระยะเวลาของกรมธรรม์ ไม่สามารถตอบว่า “คุ้มครองทุกกรณี” หรือ “ไม่คุ้มครองทุกกรณี” ได้

สิ่งที่ควรจำคือ

ฆ่าตัวตายภายใน 1 ปีแรก → เป็นกรณีที่แบบมาตรฐานกำหนดเป็นข้อยกเว้น และความรับผิดของบริษัทแตกต่างจากการจ่ายทุนประกันกรณีเสียชีวิตทั่วไป

หลังพ้น 1 ปี → ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของกรมธรรม์และสถานะกรมธรรม์ในขณะเกิดเหตุ

ต่ออายุ / กลับคืนสถานะ / เพิ่มทุนประกัน → อาจมีหลักเกณฑ์การนับระยะเวลาเพิ่มเติม

ดังนั้น ก่อนซื้อประกันชีวิตควรอ่าน ข้อยกเว้นและเงื่อนไขการจ่ายผลประโยชน์ ให้เข้าใจ ไม่ควรดูเฉพาะจำนวนเงินเอาประกันหรือเบี้ยประกันเท่านั้น